วันนี้ขอชวนคุยเรื่องของนายจ้างกับผู้นำ ที่ผมเปิดเป็นหัวข้อว่านายจ้างยั่งยืน กับผู้นำมั่งคั่ง ก็อยากจะใช้พื้นที่ส่วนนี้แบ่งปันมุมมองที่เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ในช่วงที่ทำงานด้านที่ปรึกษางานบริหารทรพยากรมนุษย์ ช่วงที่ผ่านมา เผื่อจะเป็นประโยชน์กับทั้งนายจ้างและผู้นำในที่นี้
ก่อนอื่นเวลาพูดถึงนายจ้างกับผู้นำ เราสามารถคิดได้สองมุมคือมุมที่เป็นคนเดียวกันก็ได้ หากเป็นบริษัทที่มีเจ้าของเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจเอง เจ้าของจะเล่นทั้งบทของนายจ้างและผู้นำองค์กร ที่ประกอบประด้วยผู้นำในระดับต่างๆไปพร้อมๆกัน และอีกมุมนึงคือบริษัทใหญ่ๆ ที่เราจะเห็นว่านายจ้างคือกลุ่มคนหรือผู้ถือหุ้นต่างๆ ที่ว่าจ้างผู้นำให้เข้ามาบริหารองค์กรให้เป็นไปตามที่ต้องการ
แม้ว่าวันนี้สถานการณ์ จากวิกฤติโรคระบาด โควิด 19 จะยังไม่สงบ และคงจะต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรบรรยากาศต่างๆถึงจะกลับมาสู่ปกติ ซึ่งบนความปกติใหม่ที่กำลังมาถึงแล้ว องค์กรต้องรีบมีแผนสำหรับรับมือกับเหตุการณ์ที่มีความไม่แน่นอนต่างๆที่ถาถมเข้ามา ทั้งเรื่องประสบการณ์ของคนทำงานที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ปัจจุบัน ประสบการณ์ลูกค้าที่ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากนายจ้าง ต้องการความยั่งยืนต่อไปได้ ก็ต้องอาศัยความสามารถของผู้นำที่ต้องรักษาความมั่งคั่งของธุรกิจต่อไปให้ได้เช่นกัน
เวลาที่เราจะดูประสิทธิภาพความยั่งยืนของนายจ้าง ตามหลักสากลทั่วๆไปมักจะพูดถึงกัน 3 เรื่องคือ บริษัทมีผลประกอบการเป็นอย่างไร มีความต่อเนื่องขนาดไหน และคุณภาพของคน (ดีและเก่ง)ในองค์กรเป็นอย่างไร อันนี้คือหลักใหญ่ๆ ส่วนอื่นๆนอกนั้นเป็นเรื่องปลีกย่อย
ภายใต้หลักการนี้เราจะเห็นว่าทั้งสามเรื่องมีส่วนเกี่ยวข้องกัน ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว การจะเป็นนายจ้างยั่งยืน ผู้นำมั่งคั่ง ก็จะสมบูรณ์ไม่ได้
แต่ถ้าจะดูให้ดีๆแล้ว จะเห็นว่า คุณภาพของคนเป็นเหตุให้เกิดผลประกอบการที่เติบโตอย่างยั่งยืน
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว หลายๆองค์กรจึงพยายามหาวิธีในการที่จะทำให้คนใน องค์กรมีคุณภาพทั้งดีและเก่งมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
องค์กรที่มีงบประมาณมาก ก็จะดึงดูดคนเก่งและดีเข้าสู่องค์กร ก็จะได้เปรียบกว่าองค์กรอื่นๆ แต่ปัญหาที่องค์กรประเภทนี้เจอคือ แล้วจะรักษาคนเก่งได้อย่างไร
ส่วนองค์กรที่ไม่ใช่ประเภทงบประมาณเหลือเฟือ การจะดึงคนเก่งจากภายนอกเข้ามานั้นยากแสนยาก ก็เลยต้องอาศัยการพัฒนาคนภายในให้เก่งขึ้น ปัญหาก็คือไม่รู้จะพัฒนาอย่างไรให้มีความดีและเก่ง
เราจึงพบว่าปัญหาของนายจ้างปัจจุบัน เรื่องของคนเป็นเรื่องใหญ่ ลองคิดดู ว่าหากเราเป็นนายจ้าง เวลามีพนักงานลาออก เราจะหาคนมาเติมได้ทันมั้ย และเวลาพนักงานไม่ทุ่มเท เรามีวิธีจูงใจอย่างไรให้เกิดความทุ่มเท เหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ของนายจ้างจริงๆ
ลองคิดดูว่าถ้านายจ้างไม่มีปัญหาเรื่องขาดคนเก่งและดี และได้รับความทุ่มเทของพนักงานแล้ว ผลลัพธ์ที่ตามมาก็จะได้ทั้งความมั่งคั่งและยั่งยืน
หลายๆบริษัทที่ปรึกษาจึงอธิบายลักษณะของพนักงานแบบที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุข ไปกับองค์กร และพร้อมที่จะทุ่มเทความสามารถเกินขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย ว่าพนักงานมีความผูกพันกับองค์กร
ดังนั้นวันนี้หลายๆองค์กร จึงนำเครื่องมือชนิดนึงเข้ามาเพื่อตรวจสุขภาพองค์กร เปรียบเหมือนกับการตรวจสุขภาพ ที่ดูว่าองค์ประกอบของเซลล์ต่างๆเป็นอย่างไร ความดันสูงมั้ย น้ำตาลมากไปมั้ย น้ำหนักเกินไปหรือเปล่า อะไรทำนองนี้ แต่มองในรูปของงองค์กร นั่นคือสุขภาพความผูกพันของพนักงาน หรือ Employee Engagement ที่แพร่หลายอยู่ในตลาดวันนี้เอง




Leave a comment