ความเดิมตอนที่แล้วที่พูดถึงเรื่องประสบการณ์เป็นเหตุให้พนักงานผูกพันถ้าอย่างนั้นลองฟังตัวอย่างต่อไปนี้ ป
บริษัท IT ยักษ์ใหญ่ของโลกแห่งหนึ่ง พึ่งจะได้พนักงานที่มีศักยภาพสูงเข้ามาร่วมงานในตำแหน่ง Executive Talents จำนวน 2 คน โดยคนแรกจอห์น อายุ 29 ปี คนที่สองเจน อายุ 34 ทั้งคู่ได้รับผลประโยชน์ต่างๆ อาทิเช่น เงินเดือนที่มากกว่าตลาด สวัสดิการอื่นๆ เช่นค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง ค่าที่พัก เงินโบนัสพิเศษ ทำงานที่บ้านได้ 80% ซึ่งพนักงานปกติได้ 30% และเนื่องจากในตำแหน่งนี้เป็นเส้นทางการเตรียมความพร้อมการก้าวขึ้นมาสู่เป็นผู้บริหาร
ดังนั้นเส้นทางการพัฒนาต่างๆจึงมีความหลากหลาย ระบบการเรียนรู้ผ่าน Online และมีงบประมาณในการอบรมในที่ต่างๆ การเข้าร่วมประชุมกับ ผู้บริหารระดับสูง และการสามารถเข้าร่วมคณะกรรมการการขับเคลื่อนโครงการพิเศษต่างๆที่บริษัทมีในแต่ละช่วงเวลาหากดูจากสิ่งที่บริษัทมอบประสบการณ์ให้กับพนักงานทั้งสองนั้น ทุกอย่างไม่มีความแตกต่างกันในด้านสิทธิพิเศษต่างๆ
แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือส่วนที่เป็นชีวิตส่วนตัวของทั้งสองคนจอห์น จะชอบใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ในสถานที่ออกกำลังกาย เนื่องจากมีเป้าหมายส่วนตัวที่ต้องการเป็นครูฝึกและอยากเป็นเจ้าของที่ออกกำลังกายเล็กๆ
เจน คุณแม่ลูกสอง คนนึงกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยม 3 อีกคนอยู่ชั้นมัธยม 6 เป็นนักกีฬาบาสเกตบอล เวลาว่างส่วนใหญ่จะหมดไปกับการไปรับลูกกลับจากที่เรียนพิเศษ และไปดูลูกซ้อมกีฬา
ทีนี้ถ้าจะถามพนักงานทั้งสองในเรื่องสุขภาพความผูกพัน โดยทั่วๆไปช่วง 0-6 เดือนแรก พนักงานยังอยู่ในช่วงของความตื่นเต้นกับบ้านใหม่หรือเรียกว่า ช่วงโปรโมชั่น สุขภาพความผูกพันจะสูงกว่าช่วงเวลาอื่นๆอยู่แล้ว ทุกอย่างดูลงตัว จอห์น มีอิสระที่จะไปที่ออกกำลังกาย เจนมีเวลาไปรับลูกและดูลูกซ้อมกีฬา คะแนนออกมาดี
หลังจากทำงานมาไม่ได้นาน ปริมาณงานมีมากขึ้นและยากขึ้น ต้องใช้เวลา พัฒนามากขึ้น และเริ่มมีความท้าทายในการบริหารเวลาในการทำงาน ในขณะเดียวกันฝั่ง จอห์น ณ สถานที่ออกกำลังกาย ก็เริ่มที่จะมีคนที่สนใจอยากจะให้จอห์น มาเป็นครูฝึกส่วนตัวมากขึ้น และดูจอห์นจะเพลิดเพลินกับประสบการณ์แบบนี้อยู่มาก อีกทั้งสถานที่ออกกำลังกายก็อยากจะให้จอห์น เข้ามาเป็นครูฝึกด้วยเช่นกัน
ส่วนเจนเอง ก็ยังจะต้องจัดสรรเวลาให้กับลูกทั้งสองอย่างไม่ขาดตกบกพร่องในหน้าที่
ณ ตอนนี้ หากจะถามเรื่อง สุขภาพความผูกพันของคนทั้งสอง ก็จะพบว่าสุขภาพความผูกพันในที่ทำงาน ถูกท้าทายด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้คนทั้ง สองต้องชั่งนำ้หนักความสำคัญโดยอัตโนมัติคุณคิดว่า จอห์นจะเริ่มลังเลกับสุขภาพความผูกพันในที่ทำงานมั้ย
สุขภาพความผูกพันของ เจน น่าจะยังดีอยู่มั้ย
แต่ที่แน่ๆคือสุขภาพความผูกพันทั้งสองคนแตกต่างกันแล้ว ปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอคือตัวหัวหน้าเอง ไม่รู้ด้วยว่าอะไรที่พนักงานให้ความสำคัญในชีวิต พนักงานส่วนใหญ่ที่เดินจากนายจ้าง ไม่ได้เป็นเพราะเค้าปฏิเสธนายจ้าง แต่เค้าปฏิเสธคนที่เค้าอยู่ด้วยต่างห่าง
สำหรับสถานการณ์ของ จอห์น จะทำอย่างไร
หัวหน้าจอห์น สร้างโอกาสด้วยการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางที่จะส่งเสริม ให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งนายจ้างและพนักงาน จึงบอกจอห์น ว่าไหนๆก็มีความตั้งใจอยากจะเป็นครูฝึก และบริษัทก็มีสถานที่ออกกำลังกายที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครับและทันสมัย หากว่ามีโครงการพิเศษที่จะผลักดันให้จอห์นได้เติบโตในหน้าที่การทำงานและยังเติมเต็มความต้องการนี้ด้วย จอห์นมีความเห็นเป็นอย่างไร
สุดท้ายนายจ้าง มอบโอกาสให้ จอห์น เป็นผู้ผลักดันโครงการ โปรแกรมสุขภาพดี (Wellness Program) ให้กับพนักงาน และได้รับการอบรมคุณวุฒิต่างๆที่เกี่ยวข้องกับครูฝึกต่างๆ เพื่อทำโครงการให้ประสบความสำเร็จกรณีของ จอห์น ที่เล่าให้ฟังนี้ เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้น
ที่ทางฝ่ายทรัพยากร มนุษย์ บริหารสุขภาพความผูกพันพนักงาน
ดังนั้นถึงตอนนี้ อยากจะบอกว่าลำพังประสบการณ์พนักงาน อย่างเดียวอาจจะไม่สมบูรณ์ แต่ต้องเป็นประสบการณ์ที่พนักงานคาดหวังอยากจะให้เป็นด้วย

บริษัท Aon ที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นชื่อ Kincentric ได้เคยมีการรวบรวมความเห็นจากพนักงานในเรื่อง สิ่งที่พนักงานคาดหวัง จากการสำรวจพนักงานทั่วโลกมากกว่า 9 ล้านความเห็น ในเรื่องสิ่งที่พนักงานมีความคาดหวังในที่ทำงาน ด้วยคำถามง่ายๆ คือ
– พนักงานคาดหวังประสบการณ์อะไร ในขณะที่ทำงานในทุกๆวัน




Leave a comment