ชุดความคิดเห็นที่ 3 ของความคาดหวังประสบการณ์พนักงาน คืออะไร
ผมเคยฟังผู้บริหารระดับสูงฝ่ายการเงิน ของสถาบันการเงินแห่งหนึ่งเล่าให้ ฟังว่า ก่อนที่องค์กรจะมีสุขภาพความผูกพันอย่างดีเยี่ยมนั้น ได้มีเหตุการณ์ บางอย่างที่เปลี่ยนมุมมองท่าน และชักนำให้ท่านเปลี่ยนพฤติกรรมไปแบบ จากซ้ายไปขวาเลยท่านเล่าให้ฟังว่า ผมเหลือเวลาทำงานอีกเพียง 6 ปี ก็จะเกษียณอายุการทำงาน ผมมีผู้ใต้บังคับบัญชาติดตัว 13 คน และในสายงานมีทั้งหมด 60 คน งานหลักๆที่ทำเป็นประจำๆ คือเปิดงานต่างๆ ที่พนักงานเชิญไป ให้ความเห็นโครงการสำคัญๆขององค์กร และลงนามอนุมัติต่างๆของแผนก ในสมุดเซ็นต์ซึ่งจะมีมาให้ทุกวันอังคารและวันศุกร์
ถ้าจะให้อธิบายบรรยากาศการทำงานแต่ก่อนก็ดูไม่มีชีวิตชีวาเลย เวลาประชุมกันพนักงานไม่กล้าซักถาม หรือออกความเห็นที่แตกต่างจากตนเอง ซึ่งเราก็พยายามทำหลากหลายวิธีเพื่อให้สุขภาพความผูกพันของพนักงานดีขึ้น
แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำได้ คือวันนั้นเป็นวันศุกร์ช่วงสายๆ ผมกำลังอ่าน เอกสารและเซนต์อนุมัติไปตามปกติ จนถึงช่วงหน้าสุดท้าย มีบัตรอวยพรวัน เกิดพนักงานติดมาด้วย ผู้บริหารส่วนใหญ่ทำกันคือ เซ็นต์ชื่อ แต่ของผมมีดีกว่านั้นคือ มีที่ประทับตราลายเซ็นต์ ซึ่งมันช่วยให้ผมทำมันได้อย่างรวดเร็วผมต้องประทับตราลายเซนต์ลงในบัตรอวยพรวันเกิด ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ใบ2 ใบแรกก็ประทับตราลายเซนต์เป็นปกติ
แต่พอมาใบที่ 3 ปรากฏว่าเป็น บัตรอวยพรที่ถูกเขียนด้วยลายมืออย่างบรรจงจากพนักงานคนหนึ่งที่ผมยังนึกหน้าไม่ออกด้วยซ้ำไป เขียนอวยพรครบรอบวันทำงานอายุ 30 ปี ให้ผมอย่างซาบซึ้ง
ผมหยิบการ์ดวันเกิดมาวางลงทั้งสามใบ ดูอยู่พักหนึ่ง มันช่างแตกต่างกัน มาก2ใบประทับตรา อีกหนึ่งใบเขียนด้วยลายมือ คำว่าประทับจิตประทับใจ เกิดขึ้น ณ เวลานั้น
และในวันนั้นเองที่ผมบอกให้เลขาเอาการ์ด อวยพรวันเกิดมาให้ใหม่ 2 ใบ แล้วเริ่มต้นเขียนด้วยลายมือตัวเอง พอเริ่มเขียนก็สะดุด เพราะไม่ค่อยจะมี รายละเอียดของพนักงาน จึงให้เลขาไปหาข้อมูลเกี่ยวกับคนที่ครบรอบวันเกิดว่ามีอะไรบ้างเช่น ครอบครัวเป็นอย่างไร ลูกเรียนที่ไหน เป็นคนจังหวัดอะไร พ่อแม่ทำอะไร มีความไฝ่ฝันอะไร ทำนองนี้
ทำให้ผมเขียนได้มากขึ้น และละอียดขึ้นผมเขียนมาจนครบปี จนจำเรื่องราวของพนักงานได้ทุกๆคน และรู้ว่าผมจะ ช่วยน้องๆอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้ทุกคนทำงานได้อย่างมีความสุข
ส่งผลให้. บรรยากาศการทำงานก็กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น น้องๆดูมีความสุขมากขึ้น

ดังนั้นข้อมูลชุดที่ 3 คือ การสนับสนุนช่วยเหลือให้พนักงานสามารถคงอยู่ในเกมการแข่งขันเพื่อทำแต้มให้ได้ นายจ้างจะต้องจัดหาสิ่งของที่จำเป็น ตลอดจนทักษะความสามารถเกี่ยวข้อง และคนที่คอยสนับสนุนให้การทำงานประสบผลสำเร็จ

และหากการสนับสนุนช่วยเหลือ ออกมาจากหัวหน้า ผู้บริหารระดับสูง จนทำให้พนักงานสัมผัสได้ว่าได้รับการดูแลและพร้อมที่จะช่วยเหลือ พนักงานก็มีใจที่จะอยู่กับองค์กร และทุมเทอย่างสุดความสามารถ
ในท้ายที่สุดเราจะเห็นว่า บนความคาดหวังประสบการณ์ของพนักงาน ผู้นำมั่งคั่ง จะเป็นผู้เติมเต็มความคาดหวังเหล่านั้น เพื่อให้พนักงานอยู่กับองค์กร และพร้อมทุ่มเทกำลังกายและใจ อย่างสุดความสามารถ นั่นเอง





Leave a comment