มีบุรุษผู้เป็นเจ้าของเรือพายลำนึง เขามีความภาคภูมิใจในความสวยงามของเรือลำนี้เป็นอย่างมาก และทุกๆวันเขาจะใช้เวลาในการพายเรืออยู่ท่ามกลางทะเลสาบแห่งหนึ่ง
วันหนึ่งขณะที่กำลังเพลินอยู่กับการพายเรืออยู่นั้น ทันใดนั้นมีเรืออีกลำหนึ่งมาชนเข้าด้านหลังหลัง ทำให้ด้านท้ายเรือเกิดรอยถลอกและสีข้างเรือเกิดความเสียหาย
เขาโกรธคนที่พายเรือมามาก และเจ้าความคิดก็ตะหวาดออกมา ทำไมประมาทในการบังคับเรือ มองไม่เห็นหรือยังไงเรือออกจะลำใหญ่
จากนั้น…
หลังจากที่เขาซ่อมแซมเรือให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิม ต่อมาอีกวันหนึ่งเขาไปพายเรือที่ทะเลสาบเดิม และในขณะที่เขากำลังเอกเขนกเพลิดเพลินกับธรรมชาติบริเวณทะเลสาบอยู่นั้น ทันใดนั้นก็มีเรืออีกลำหนึ่งมาชนอีกครั้ง และปรากฏว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งนี้เท่ากับครั้งแรก
แต่ครั้งที่ ๒ ปรากฏว่าเรือที่มาชนไม่มีผู้ใดพาย มันลอยมาเฉยๆ จากที่ไหนก็ไม่รู้
ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเรือครั้งที่ ๒ เหมือนครั้งแรก แต่ทำไมเจ้าของเรือไม่โกรธเหมือนครั้งแรก ในเมื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเหมือนกัน ทำไมครั้งแรกโกรธมาก ครั้งที่สองไม่ค่อยโกรธ
มันน่าสนใจว่าทำไมอารมณ์จะไม่เหมือนกัน ในเมื่อมองในแง่ความเสียหายเหมือนกัน หรือจะเป็นเพราะว่าครั้งแรกเห็นว่ามีผู้พายเรือ ครั้งที่สองเห็นว่าไม่มีใครพายเรือเท่านั้นเอง
จากตัวอย่างนี้เราจะเห็นความสำคัญของจิตใจที่มั่นหมายว่าเขาเป็นผู้ทำ เขาทำเรา เขาเบียดเบียนเรา เขารังแกเรา เขากลั่นแกล้งเรา พอเรามีความรู้สึกว่าเขาเป็นผู้กระทำอารมณ์จะรุนแรงมาก แต่พอเห็นว่าเป็นสักแต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดตามเหตุตามปัจจัย จิตใจเราก็เย็นลงไปเยอะ
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เราต้องปล่อยให้เรือมาชนท้ายเรา มันเป็นคนละประเด็น คนละเรื่องกัน
ดังนั้น เรายังคงต้องคอยรู้ตัวด้วยความไม่ประมาทต่างๆ ที่จะเป็นเหตุให้เกิดข้อผิดพลาดอันเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จในหน้าที่การงานและเราจะไม่เสียพลังและเวลากับการโกรธคนนั้นโกรธคนนี้
จากเรื่อง ไม่มีผู้พายเรือ ในหนังสือ โกรธทำไม โดย พระอาจารย์ชยสาโร





Leave a comment