เมื่อทศวรรษ 2010 บริษัทมหาชนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงสุด 10 แห่งของโลกตั้งอยู่ใน 5 ประเทศ มีเพียงสองบริษัทเท่านั้นที่อยู่ในภาคเทคโนโลยี และไม่มีบริษัทใดมีมูลค่าเกิน 400 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ปัจจุบันสิบอันดับแรกทั้งหมดอยู่ในสหรัฐอเมริกาและจีนส่วนใหญ่เป็นบริษัทเทคโนโลยี และบางบริษัทมีมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อพิจารณาจากความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงในหลายๆมิติที่เกิดขึ้น ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบนิเวศทางธุรกิจที่ถูกจัดสรรใหม่ เทคโนโลยีที่เข้ามากำหนดรูปแบบการทำงานรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนและองค์กร และการมีส่วนร่วมของสังคมที่จะมีผลต่อความยั่งยืนของโลกใบนี้
สิบปีข้างหน้าต่อจากนี้ ธุรกิจจะเป็นอย่างไรและผู้นำจะปรับตัวอย่างไร จึงจะสามารถตอบสนองกับการเผชิญหน้าในครั้งนี้ได้
หลายๆบริษัทที่ปรึกษา ได้นำเสนอแนวคิดบางประการที่เกี่ยวข้องการขับเคลื่อนองค์กรในทศวรรษหน้า ซึ่งพอจะสรุปออกมาได้ 5 แนวคิดหลักที่สำคัญสำหรับผู้นำในทศวรรษหน้า
1 การแข่งขันบนชุดความคิดใหม่
และเมื่อคลื่นเทคโนโลยีได้ผสานเข้ากับเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งและ พลังการประมวลผล (Processing) ปัญญาประดิษฐ์ กับปริมาณถังข้อมูล (Big data) ที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณครั้งนี้ ทำให้อำนาจของเทคโนโลยีเป็นเหมือนดังเวทย์มนต์ ที่อยู่บนก้อนเมฆ (Cloud)
การขับเคลื่อนธุรกิจจะกลายเป็นเรื่อง การประมวลผลและการใช้ประโยชน์จากขุดข้อมูลเชิงลึกบนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นั่นหมายถึงบริษัทต่างๆ จะต้องเพิ่มขีดความสามารถของอัตราการเรียนรู้ที่แข่งขันได้ในธุรกิจ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการขับเคลื่อนธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการใช้เทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นเป็นวงกว้างกับผู้บริโภคซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกอุตสาหกรรม ทั้งการผลิต การสื่อสาร บันเทิง ขนส่ง ค้าปลีก และการบริการ
ผู้นำที่เติบโตมากับชุดความคิดที่ใช้ปริมาณเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนในระบบเศรษฐกิจ หรือที่เราคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า หากต้องการให้ต้นทุนต่ำต้องผลิตในปริมาณมาก อาจจะไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ การเน้นต้นทุนที่ต่ำด้วยการผลิตที่ปริมาณมาก กลับกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้องค์กรไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดได้
ตัวอย่างเช่น หาก Netflix ใช้ชุดความคิดทำธุรกิจในรูปแบบเดิม ที่เน้นเอาปริมาณมาเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อทำให้ต้นทุนการดำเนินการต่ำ เราก็จะเห็นจำนวนหนังที่อยู่บนระบบมากมาย และเราก็คงจะต้องใช้เวลาเลือกหนังที่อยากจะดูอีกพอสมควร จะว่าไปสิ่งเหล่านี้สร้างความสับสน ความช้าในการเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้ ความมากของปริมาณจนท่วมความต้องการอาจจะทำให้ลูกค้าหนีออกไปจากระบบได้ แต่ด้วยชุดความคิดแบบใหม่ที่ไม่ได้เน้นปริมาณเป็นหลักเพื่อทำให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจแข่งขันได้ แต่มุ่งเน้นกับเรื่องที่เป็นความสนใจของลูกค้าจริงๆ อัลกอริทึมสามารถเรียนรู้ได้ว่าลูกค้าแต่ละคนมีความสนใจข้อมูลชุดใด และทำการคำนวนความเป็นไปได้ของหนังที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ก่อนที่จะปล่อยรายการหนังไปปรากฏบนหน้าจอของลูกค้า ซึ่งเป็นวิธีที่จะยังคงทำให้ลูกค้าติดอยู่กับระบบ จะเห็นว่าด้วยวิธีนี้ การแข่งขันจะเป็นเรื่องของ ปริมาณของการเรียนรู้ชุดข้อมูล ซึ่งจะส่งผลให้มีการประมวลผลได้ใกล้เคียงมากกว่าแบบหว่านจนท่วมจอ
ผู้นำในวันพรุ่งนี้จะตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าแต่ละรายโดย ใช้ประโยชน์จากชุดข้อมูลและความฉลาดของเทคโนโลยี ประเด็นสำคัญคือมุ่งเน้นไปที่ “การเรียนรู้ข้อมูลมากทำให้ต้นทุนต่ำ แทนที่จะผลิตมากทำให้ต้นทุนต่ำ”
ทำให้เวทีการแข่งขันดูจะแตกต่างไปจากเดิม ผู้นำต้องการมุมมองและความสามารถใหม่ๆ เพื่อสร้างความลื่นไหลของความร่วมมือภายใน และระหว่างระบบนิเวศทางธุรกิจด้วยกัน แม้ว่าระบบนิเวศภายนอกจะไม่สามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้นำจึงต้องร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆของระบบนิเวศภายนอกมากขึ้น เพื่อสร้างแพลตฟอร์มบางอย่างให้เกิดคุณค่าร่วมกันทางธุรกิจ

ผู้นำที่สามารถใช้ประโยชน์จากคุณค่า หรือทรัพย์สินของผู้เข้าร่วมคนอื่นๆได้ มีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นมานำในธุรกิจ
ปัจจัยเหล่านี้ก่อให้เกิดการประเมินมูลค่าของระบบนิเวศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่จับต้องได้ของบริษัทชั้นนำ ส่งผลให้ช่องว่างขยายออกมากขึ้นระหว่างความสามารถของบริษัทที่ทำผลงานสูงและต่ำ
วิธีการเล่นที่ชัดเจนสำหรับการควบคุมในรูปแบบนี้อาจจะยังไม่ชัดเจน แต่ด้วยการ : การบุกเบิก เรียนรู้ และฝึกฝน เพื่อถอดรหัสระบบนิเวศนี้ได้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นในตอนต่อมา ผู้นำจึงจำเป็นต้องสร้างรูปแบบองค์กรขึ้นมาใหม่เพื่อรับมือกับเวทีการแข่งขันใหม่
อ้างอิง
“Winning the ‘20s: A Leadership Agenda for the Next Decade”, Richard Lesser is President and CEO, Martin Reeves is Senior Partner and Managing Director, Ryoji Kimura is a Senior Partner and Managing Director of the Boston Consulting Group, Kevin Whitaker is an Economist at the BCG Henderson Institute.
“The 5 Trademarks of Agile Organizations” by the McKinsey Agile Tribe





Leave a comment