ยิ่งการเติบโตของเครื่องจักรหรือปัญญาประดิษฐ์ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและแผ่ขยายเข้าไปอยู่ในทุกๆ อุตสาหกรรม วันนี้เราเห็นโรงงานไร้แรงงานมนุษย์ เราได้ยินเสียงประชาสัมพันธ์หุ่นยนต์ เรามีอากาศยานไร้คนขับ และอื่นๆอีกมากมาย ด้วยความสามารถที่แม่นยำ ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์เราจะไปแข่งขันกับความสามารถเครื่องจักรในเรื่อง การทำงานซ้ำๆ การวิเคราะห์และการประมวลผลข้อมูลที่มีอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่วันนี้มนุษย์เหนือกว่าคือความสามารถในการจินตนาการ 

ซึ่งวันนี้บริษัทต่างๆ ล้วนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเรื่องของการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ออกมาสู่ตลอดเวลา  และเพื่อก้าวให้ทัน และใช้ประโยชน์จากความความท้าทายเหล่านี้ บริษัทต่างๆจำเป็นต้องเรียนรู้ และจินตนาการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ถือเป็นอาวุธสำคัญของบริษัทในวันนี้

จินตนาการคืออะไร

การทำงานสมองของเราอาศัยการรับข้อมูลทางประสาทสัมผัสตลอดเวลา เช่นเวลาเราเห็นอะไรบางอย่าง มันจะทำการสืบค้นความทรงจำและแนวคิดที่มีอยู่ภายใน เพื่อสร้างแบบจำลองขึ้นมา และกำเนิดเป็นสมมุติฐานที่นำไปสู่ความเข้าใจสิ่งของและเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องตรวจสอบทุกแง่มุมของการมองโลกของเรา เช่นเมื่อเรานั่งทำงาน สมองเราจำลองโต๊ะทำงานที่อยู่ตรงหน้าเราแม้ว่าเราจะไม่ได้จ้องมองที่โต๊ะตลอดเวลา 

ดังนั้นหากอธิบายความคิดเชิงจินตนาการ จึงหมายถึงความสามารถในการคิดตอบโต้ แทนที่จะอยู่ในขอบเขตของสิ่งที่เป็นอยู่ จินตนาการช่วยให้เราสามารถสำรวจดินแดนของสิ่งที่ไม่มีแต่อาจเป็นไปได้ ซึ่งจะทำให้เราสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และกำหนดรูปแบบสิ่งที่เป็นอยู่ และจินตนาการเป็นความสามารถเฉพาะของมนุษย์ ที่วันนี้ปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันยังไม่สามารถเข้าใจรูปแบบความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่าในระดับที่มีข้อมูลอยู่เท่านั้น เช่นหากกระเป๋าเงินเราหาย ปัญญาประดิษฐ์สามารถคำนวณแนวโน้มได้ว่าความเป็นไปได้ที่กระเป๋าจะหายเกิดขึ้นที่ไหน และมีตัวเลือกอะไรบ้าง เช่นลืมที่บ้าน ลืมที่แท็กซี่ หรือถูกขโมย แต่หากกระเป๋าถูกขโมยไป จะเกิดอะไรขึ้นกับบัตรประชาชน บัตรเครดิต สิ่งเหล่านี้มนุษย์เท่านั้นที่มีจินตนาการเหนือกว่าเครื่องจักร 

จุดเริ่มต้นของจินตนาการ เกิดขึ้นจากแบบจำลองความน่าจะเป็นใหม่ที่พลิกสมมุติฐานเดิมให้แตกต่างออกไป และจะเกิดขึ้นมื่อเราพบกับเหตุการณ์ที่สร้างความประหลาดใจในแบบต่างๆ ซึ่งแบ่งออกมาได้สามประเภท

1. ความผิดปกติ ของรูปแบบการไหลข้อมูล เช่นการใช้งานเว็บในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 1994 เติบโตขึ้นถึง 2,300 เปอร์เซนต์ต่อปี ตัวเลขสถิติที่ผิดปกติขนาดนี้สร้างความประหลาดใจให้กับ Jeff Bezos จนทำให้เขาตั้งคำถาม ถึงแผนธุรกิจแบบไหนที่จะเหมาะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้ และเริ่มจินตนาการว่า “สร้างร้านหนังสือออนไลน์ที่มีหนังสือหลายล้านเล่ม ที่ไม่มีอยู่ในโลกกายภาพนี้” ภาพแบบจำลองนี้เป็นพื้นฐานสำหรับนวัตกรรมยุคแรกๆ ของ Amazon ที่นำไปสู่โอกาสให้เกิดการจินตนาการอย่างต่อเนื่อง 

2. การเปรียบเทียบ ความคล้ายคลึงกันกับสิ่งที่เราสังเกตเห็นระหว่างแนวคิดหรือประสบการณ์ซึ่งทำให้เราจินตนาการถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ อย่างเช่นการปฏิวัติวงการธนาคาร ที่ถือกำเนิดขึ้นจาก Charles Merrill เมื่อช่วงต้นทศวรรษ เขาได้นำประสบการณ์ที่หลากหลาย เมื่อครั้งทำงานในธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตและการขายที่หลากหลายเข้ามาสู่บริษัท โดยการตั้งคำถามที่ท้าทายสมมุติฐานเดิมๆ ว่า จะเกิดอะไรขึ้น หากธนาคารสามารถเสนอผลิตภัณฑ์ในราคาที่โปร่งใสเฉกเช่นกับซูปเปอร์มาร์เก็ตได้ และจะเป็นอย่างไรหากคนอเมริกันชนชั้นกลางสามารถเข้าถึงได้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการลงมือทำการวิจัยลูกค้าและทดสอบแนวคิด ให้เป็นไปตามแบบจำลองธนาคารแห่งอนาคต ส่งผลให้ Merrill Lynch & Co. ประสบความสำเร็จในช่วงเวลานั้น

3. อุบัติเหตุ (เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด นำทางความคิดไปสู่จินตนาการที่น่าสนใจ) อย่างเช่น เมื่อคุณล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋า แล้วปรากฏว่าไม่มีโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋า คุณก็อาจจะตั้งคำถามขึ้นว่า โทรศัพท์หายไปไหน อาจจะถูกขโมย หรือลืมทิ้งไว้ในรถแทกซี่ หรือไม่ก็ที่บ้าน อย่างไรก็ตามสมองของมนุษย์สามารถทำงานได้ในระดับที่สูงกว่าการเชื่อมโยงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คุณอาจถามว่า“ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโทรศัพท์ของฉันถูกขโมย” สิ่งนี้ AI ยังไม่สามารถทำได้ นั่นคือความสามารถของสมองที่เราทำได้ คุณอาจจะจินตนาการต่อไปอีกว่า หากมีเครื่องมือที่ช่วยค้นหาและติดตามโทรศัพท์มือถือได้มันก็จะดีมาก นั่นคือ บริการค้นหาเครื่อง iPhone ของฉัน ที่ติดตั้งมากับเครื่องโทรศัพท์ของเราวันนี้ 

วันนี้การแข่งขันด้านประสิทธิภาพเราต้องแข่งกันจินตนาการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ดังนั้นเราจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับความสามารถนี้อย่างจริงจัง ทั้งวิธีการทำงานของแต่ละบุคคล ทีมโดยรวม และวิธีการปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ เพราะหากไม่ทำอะไรก็อาจจะทำให้บริษัทหยุดนิ่ง หยุดชะงัก หรือต้องออกจากสนามการแข่งขันไป  

ข้อแนะนำสามประการ เพื่อเสริมความสามารถแข่งขันกันจินตนาการสร้างสรรค์สิ่งใหม่คือ

  • มุ่งเน้นไปที่ความผิดปกติของข้อมูล อุบัติเหตุและการเปรียบเทียบมากกว่าค่าเฉลี่ยเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจ
  • เปิดการแข่งขันทางความคิดในองค์กร โดยการ จำกัดลำดับชั้นและให้อำนาจพนักงานในการทดลองและจัดทำข้อเสนอเชิงจินตนาการ
  • บูรณาการบริษัทกลายเป็น “บริษัทขี้เล่น” ที่สามารถสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ได้อย่างง่ายดาย

Leave a comment

Trending